แชร์

"โรคลมแดด" (Heat Stroke) ภัยอันตรายในหน้าร้อนที่ควรระวัง!

อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2025
63 ผู้เข้าชม

ช่วงฤดูหนาวเมื่อต้นปี 2568 เรียกได้ว่าเป็นปีที่หนาวได้สมศักดิ์ศรีจริง ๆ หลายคนฟินไปกับอากาศที่หนาวเย็นสบาย แต่ไม่ทันไรเมื่อเริ่มเข้าเดือนมีนาคมประเทศไทยเราก็เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน ทำให้ต้องเฝ้าระวังถึงภาวะลมแดดที่อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น โรคลมแดด (Heat Stroke) 


โรคลมแดด (Heat Stroke) คืออะไร ?


โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมอุณหภูมิได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง (อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส) ส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย และเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที


สาเหตุของการเกิดโรคลมแดด (Heat Stroke)

1. โรคลมแดดที่เกิดจากการออกกำลังกาย (Exertional Heatstroke) คือ เกิดจากการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างหนักขณะที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด

2. โรคลมแดดที่ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกาย (Nonexertional or Classic Heatstroke) คือ เกิดจากการที่ต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคเรื้อรังมักจะไวและเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดได้ง่าย

ทั้งนี้เรื่องของการอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดแล้ว ยังมีสาเหตุที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคลมแดดได้ง่ายขึ้น เช่น

  • ดื่มน้ำน้อย ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไปรบกวนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
  • การสวมเสื้อผ้าที่หนาไม่ระบายอากาศ ทำให้เหงื่อระบายได้ยาก ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายยิ่งสูงขึ้น
  • อยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเท ไม่มีแรงลม ไม่สามารถพัดความร้อนได้

อาการของโรคลมแดด (Heat Stroke)
  • ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส
  • มีความรู้สึกสับสนเฉียบพลัน ลุกลี้ลุกลน พูดจามึนงง เพ้อ
  • ต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ อยู่ในสถานที่ร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อออก
  • ผิวหนังแห้ง ร้อน แดง
  • ความดันโลหิตลดลง กระหายน้ำมาก
  • ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ หายใจเร็ว หอบถี่ ใจสั่น เหนื่อย
  • คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
  • อาจถึงขั้นรุนแรง ชัก เกร็ง หมดสติ


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

 

หากพบเจอผู้ที่มีอาการหรือสงสัยว่าตัวเองอาจมีภาวะที่คล้ายจะเป็นโรคลมแดด (Heat Stroke) กรณียังรู้สึกตัวที่ปกติดี  ให้รีบเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดด หรือสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ รีบลดอุณหภูมิร่างกายโดยการใช้เช็ดหรือราดตัวด้วยน้ำเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง เช็ดเน้นบริเวณหลังคอ ข้อพับ เป่าพัดลมหรือพัดเพื่อให้ร่างกายคลายความร้อน ดื่มน้ำเปล่าและน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและสูญเสียเกลือแร่ และรีบน้ำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด



และกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวหรือหมดสติไป ให้คลำชีพจรเพื่อเช็กการหายใจ หากการหายใจผิดปกติต้องรีบทำ CPR และรีบโทร 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยหรือรีบนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด


กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคลมแดด (Heat Stroke)

  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ กลุ่มนี้มีระบบประสาทและการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่สมบูรณ์เท่าวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคบิด โรคอ้วน โรคพาร์กินสัน มักจะมีภาวะการควบคุมอุณหภูมิที่ผิดปกติจากการใช้ยารักษาโรค
  • ผู้ที่ทำงานหรือกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น ออกกำลังกาย วิ่งมาราธอน เล่นฟุตบอล การฝึกทหาร คนงานก่อสร้าง เกษตรกร
  • ผู้ที่สัมผัสอากาศร้อนหรือแสงแดดอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อน
  • ผู้ที่ทานยาบางชนิด เช่น ยาที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ยารักษาความดัน (Beta-Blockers) ยาขับปัสสาวะ ยาต้านเศร้า หรือยาสำหรับผู้ที่มีสมาธิสั้น
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมแดด (Heat Stroke)

วิธีป้องกันจากโรคลมแดด (Heat Stroke)     
  • ดื่มหรือจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิในร่างกาย ถึงแม้จะไม่กระหายน้ำก็ตาม
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่ง เบาสบาย ไม่หนา ระบายความร้อนและป้องกันแสงแดดได้
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่ที่มีสภาพอากาศร้อนจัด
  • เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรอยู่ตามลำพังในที่ที่มีอากาศร้อน
  • ผู้ที่ออกกำลังกายแนะนำควรเลือกช่วงเวลาที่มีอากาศไม่ร้อนมาก และออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศถ่ายเท
  • ในช่วงวันที่มีอากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  • หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกในวันที่มีแดดร้อนจัด ควรสวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง กางร่มกันแดด หรือสวมเสื้อผ้ากันแสงแดด (เสื้อที่ทำมาเพื่อกันแสง UV)
  • ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นโรคลมแดด ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที




ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : 
Rama Chanel
Medpark Hospital
โรงพยาบาลพญาไท


บทความที่เกี่ยวข้อง
"โพรไบโอติกส์" จุลินทรีย์สุดปังแห่งปีของคนรักสุขภาพ
ทำไมเพิ่งรู้ว่าโพรไบโอติกส์มีประโยชน์ขนาดนี้คะ! เห็นคอนเทนต์ของเหล่าคุณหมอ เภสัช และอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพพูดถึงโพรไบโอติกส์ตามโซเชียลกันเยอะมาก แค่จุลินทรีย์ตัวเดียวมันจึ้งขนาดนี้เลยหรอ เริ่ดเกินคุณน้าาาาาา
17 ธ.ค. 2024
แนะนำวิตามินอาหารเสริมสำหรับหนุ่มสาววัย 30+
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 หรือ อายุ 30 ปีขึ้นไปแล้ว ร่างกายจะเริ่มเสื่อมถอยและเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนตอนอายุ 20 วันนี้เรามี Check list มาให้คุณได้ลองสำรวจตัวเองดูว่ากำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่ พร้อมแนะนำวิตามินอาหารเสริมสำหรับหนุ่มสาววัย 30+ มาฝากกันค่ะ
13 ธ.ค. 2024
10 วิธีโกงอายุ ช่วยชะลอวัย หน้าเด็ก ผิวดี จนคนต้องทัก!
เป็นวิธีง่าย ๆ ที่หากใครเริ่มต้นทำได้เร็ว ก็จะยิ่งช่วยรักษาความเด็กความอ่อนเยาว์ของผิวเอาไว้ได้นานก่อนใคร ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย !
16 มิ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy