เมื่อในเลือดมีออกซิเจนต่ำ หรือ "ภาวะพร่องออกซิเจน"
ภาวะพร่องออกซิเจนคืออะไร ?

ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoemia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีปริมาณหรือระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ (Hypoxia) มีผลต่อการทำงานของร่างกายและสมองบกพร่อง ขาดการควบคุม และจะแสดงอาการที่ผิดปกติต่าง ๆ ออกมา เช่น หายใจไม่อิ่ม ปวดศีรษะ รู้สึกสับสนมึนงง ไอ หัวใจเต้นเร็ว เล็บหรือริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุการเกิดของภาวะพร่องออกซิเจนสามารถแบ่งออกได้ 4 ชนิด ได้แก่
1. ภาวะพร่องออกซิเจนซึ่งร่างกายได้รับออกซิเจนน้อย (Hypoxic / Hypoxia) พบได้บ่อยที่สุดเกิดขึ้นเนื่องจาก
- ความกดดันของออกซิเจนในถุงลมปอดลดลง มักเกิดขึ้นจากการขึ้นไปอยู่ในที่สูง ซึ่งความกด
- บรรยากาศลดลงทำให้ความกดดันย่อยของออกซิเจนลดลงด้วย จึงอาจเรียกภาวะพร่องออกซิเจนแบบนี้ว่า ภาวะพร่องออกซิเจนจากระยะสูง (Altitude Hypoxia) นอกจากนี้แล้วอาจเกิดจากการกลั้นหายใจโรคหอบหืดอากาศที่หายใจมีก๊าซอื่นปะปน เป็นต้น
- พื้นที่ซึ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างปอดกับกระแสโลหิตลดลง เช่น ปอดบวม ปอดแฟบ มีลมในช่องปอด จมน้ำ
- ออกซิเจนไม่สามารถซึมผ่านจากถุงลมปอดไปสู่กระแสโลหิตได้สะดวก เช่น ปอดบวม จมน้ำ โรค เยื่อไฮยาลีน เป็นต้น
2. ภาวะพร่องออกซิเจนจากเลือด (Hypemic Hypoxia) ที่เกิดจากความบกพร่องในการนำพาออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น จำนวนเม็ดเลือดแดงในกระแสโลหิตลดลงจากโรคโลหิตจาง หรือการเสียเลือด ภาวะผิดปกติของสารเฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้ตามปกติ หรือร่างกายได้รับยาหรือสารพิษบางอย่างที่ทำให้สารเฮโมโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงเกิดความบกพร่องในการจับออกซิเจน เช่น ยากลุ่มซัลฟานิลาไมด์ (Sulfanilamides) สารไซยาไนด์ (Cyanide) หรือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์(Carbon Monoxide) เป็นต้น
3. ภาวะพร่องออกซิเจนจากการคั่งของกระแสโลหิต (Stagnant Hypoxia) ที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องในการไหลเวียนของกระแสโลหิต เช่น การลดลงของปริมาณแรงดันเลือดจากหัวใจ เนื่องจากโรคหัวใจล้มเหลว
4. ภาวะพร่องออกซิเจนซึ่งมีสาเหตุจากภาวะเป็นพิษของเซลล์(Histotoxic Hypoxia) เกิดขึ้นจากการที่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายไม่สามารถนำเอาออกซิเจนไปใช้ได้เนื่องจากได้รับสารพิษ เช่น แอลกอฮอล์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ สารไซยาไนด์ เป็นต้น
อาการภาวะพร่องออกซิเจน
- ผิวหนังเย็นซีด หรือเขียวคล้ำ
- คลื่นไส้ อาเจียน ในระยะแรก
- กระสับกระส่าย สับสน มึนศีรษะ ปวดศีรษะ เพ้อ
- หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่อิ่ม หายใจแล้วมีเสียง
- ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เจ็บหน้าอก
- หากปล่อยไว้อาจเกิดอาการชัก หมดสติ หัวใจหยุดเต้น โคม่าและเสียชีวิตได้ในที่สุด
ภาวะพร่องออกซิเจนนับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากมักจะเกิดอาการขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่รู้สึกตัวจนหมดสติไปในที่สุด และในผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ตามข้างต้นก็เป็นได้ อาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบได้ว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะพร่องออกซิเจน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่มีการพักฟื้นรักษาตัวที่บ้าน หรือไม่ได้ทำการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลใกล้ชิด แนะนำว่าจำเป็นจะต้องมี เครื่องตรวจออกซิเจนปลายนิ้ว ไว้เพื่อสามารถตรวจสอบระดับออกซิเจนในเลือด เพื่อเฝ้าติดตามและประเมินอาการในเบื้องต้น หากพบความผิดปกติของระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำกว่า 90% จะได้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาในทันที
อ่านบทความเพิ่มเติม : เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว จำเป็นต้องมีหรือไม่ ?
กลุ่มที่มีความเสี่ยงภาวะพร่องออกซิเจน
- ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่สูงหรือที่มีออกซิเจนในอากาศเบาบาง เช่น ภูเขาสูง สถานที่แออัด เดินทางโดยเครื่องบิน
- ผู้ที่มีปอดทำงานผิดปกติ เช่น ปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อ โรคหอบหืด หลอดลมตีบ
- ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น หัวใจวาย หัวใจเต้นเร็ว หัวใจขาดเลือด
- ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
- ผู้ที่ได้รับยาหรือสารพิษที่ออกฤทธิ์กดการหายใจ
สรุป
ทุกระบบร่างกายของเราจำเป็นจะต้องใช้ออกซิเจนในการทำงาน ซึ่งจะมีเลือดเป็นตัวนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของระบบในร่างกาย ดังนั้นหากออกซิเจนในเลือดมีน้อยหรือต่ำกว่าปกติ ก็จะแสดงอาการที่ผิดปกติ หรือมีอาการที่รุนแรงถึงขั้นโคม่าและเสียชีวิตได้
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : สิรินาถ เรืองเผ่าพันธุ์ / POBPAD / หมอหมีเม้าท์มอย